บรรยากาศของตลาดน้ำ การกินอยู่แบบชาวบ้าน ยังคงไม่จางหายไปไหนเลยค่ะ กระแสเก่าๆยังคงขายดิบขายดี เช่นเดียวกันกับที่พัทยา ที่หยิบเอาบรรยากาศแบบนี้มาสร้างสรรค์ และจำลองบรรยากาศ ให้คนไทยได้มีสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มอีกหนึ่งที่ ที่ไม่ควรพลาดค่ะ ซึ่งจำลองตลาดน้ำไว้ถึง 4 ภาคเลยทีเดียวค่ะ เหมือนกับว่าไปที่เดียวได้เที่ยวถึง 4 ภาคอย่างไรอย่างนั้น แล้วอย่าลืมไปชม ไปชิม และ ไปช๊อปกันนะคะที่นี่เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00น. – 24.00น. ค่ะ ค่าเข้าชมไม่เสียค่าใช้จ่ายค่ะ จะหนักไปทางซื้อของกิน และ Shopping เสียมากกว่าค่ะ
ครั้งนี้ ญ.ฐา ไปครั้งแรกนะคะ ทราบมาว่าที่นี่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2551 ค่ะ รู้สึกจะเป็นช่วงปี 3 - 4 ช่วงวัยกำลังขบเผาะทีเดียว เป็นช่วงที่เรียนหนัก รายงานเยอะ จึงไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ไปไหนเลย พอจบแล้วจึงได้มีเวลาไปเที่ยวกับเค้าบ้าง แม้ว่าจะไม่ใช่ช่วงที่เปิดตัวแรกๆ แต่คนก็ยังคงหนาแน่นอยู่ ขนาดว่าเลือกไปเวลาเย็นๆ ก็ยังคงแน่นอยู่คิดดูสิคะ เพราะฉะนั้นจะเจอแต่คน คน แล้วก็คน ... วันอาทิตย์ก็เช่นนี้แลฯ

การเดินทางครั้งนี้ ญ.ฐาเดินทางโดยรถส่วนตัวค่ะ ตลาดน้ำ 4 ภาคแห่งนี้เดินทางมาง่ายมาก เพราะอยู่ติดถนนสุขุมวิทเลยทีเดียว ซึ่งตลาดน้ำแห่งนี้อยู่ตรงข้ามกับจูราสสิคพาร์ค พัทยาค่ะ ค่าจอดรถ 20 บาท/คัน ค่ะ

เมื่อเดินเข้าไป จะมีหญิงสาวใส่ชุดไทยยืนต้อนรับอยู่ตรงทางเข้าตลาดน้ำค่ะ แล้วก็เช่นเคยค่ะ จะเจอกรอบรูปตั้งเรียงราย ซึ่งเค้าจะถ่ายรูปเราตอนอยู่ในตลาดน้ำ แล้วก็ใส่กรอบตั้งประจานไว้ให้เห็นตอนขากลับ จากนั้นถ้าอยากได้ก็ซื้อกลับไปเป็นที่ระลึกค่ะ และตลอดเส้นทางของที่นี่ จะมีอาหารการกินของแต่ละภาค สินค้าพื้นเมือง ให้เลือกซื้อกันอย่างจุใจ มีดนตรีบรรเลงของแต่ละภาค สินค้าที่นี่พาดูดสตางค์ได้อย่างมหาศาล ถ้าจิตคุณไม่แข็งพอ กรุณาพกสตางค์มาน้อยๆ จะได้ไม่มือเติบค่ะ นอกจากนี้ยังมีการแสดงให้ชมด้วยค่ะ ญ.ฐาไปทันการแสดงรอบสุดท้ายพอดี เลยได้มีโอกาสดูระบำอินเดีย แล้วก็เซิ้งจากภาคอีสานค่ะ
ตลาดน้ำแห่งนี้ สร้างเส้นทางเดินให้เป็นเส้นทางเดียวค่ะ มีทั้งร้านค้าบก เรือพายขายของทางน้ำ และเรือบริการท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่จะเห็นแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นั่งเรือนะคะ (200 บาท/ลำ นั่งได้ 3-4 คน ใช้เวลาในการล่องเรือ 30 นาที) นอกจากนี้ภายในตลาดน้ำยังเป็นที่ประดิษฐานหลวงปู่โต เจ้าแม่กวนอิม พระพิฆเนศ พระตรีมูรติ ให้สักการะกันด้วย ส่วนด้านหลังก็มีทุ่งทานตะวันและแปลงนาข้าวเหนียวสาธิตให้ชมค่ะ
มาตลาดน้ำครั้งนี้ ญ.ฐา ได้เจอกับคุณรอง เค้ามูลคดี ภรรยา และครอบครัวด้วยค่ะ หน้าตาเหมือนในจอทีวีเลยค่ะ เค้ามานั่งอยู่ในมุมๆ หนึ่งของร้านกาแฟศาลาแดง ซึ่ง ญ.ฐา กำลังจะไปซื้อกาแฟค่ะ เลยมีโอกาสได้เจอเข้า พูดถึงกาแฟ ญ.ฐาสั่งคาปูชิโน่เย็นเช่นเคยค่ะ รสชาติอร่อยเข้มข้นทีเดียวคะ จากนั้นก็ต่อด้วยก๋วยเตี๋ยวต้มยำอีกชาม หลายคนแนะนำร้าน เรือนพุงกางนะคะ
และเมื่อเดินมาเรื่อยๆ ญ.ฐาก็เจอ Passport ของที่นี่เข้าให้ แต่อันนี้ต้องซื้อเค้านะคะ หลังจากผิดหวังจากที่อ่างศิลา แล้วเค้าก็มีตรายางให้ปั้มด้วยว่าเรามาที่นี่วันไหน ... เดินไปหน่อยเจอร้านขาย Postcard น่ารักทั้งนั้นเลยค่ะ มีตู้ไปรษณีย์เด่นๆ ให้เราได้ส่ง Postcard หาเพื่อนด้วยแลฯ
----- Pics -----

ร้านค้ามีมากมาย ... มะม่วงน่ากินมาก

เสื้อผ้าสวยๆทั้งนั้นเลย ... เสื้อล้อภาพยนตร์ก็น่ารัก ^ ^

ชมการแสดงรอบสุดท้าย พอดี


ปิดท้ายด้วยภาพประทับใจ

ช่วงกำลังกลับ เป็นเวลาหกโมงเย็น ดนตรีบรรเลงเพลง ”พม่าประเทศ” ให้เราได้เตรียมตัวยืนตรงเคารพธงชาติกันค่ะ พอเพลงชาติขึ้นปุ๊บ ทุกคนยืนกันหมด ทุกอย่างดูสงบนิ่ง ไม่มีการเคลื่อนไหว แม้แต่แม่ค้าที่อยู่ในเรือก็ยังต้องยืนขึ้นด้วย (ยืนตรงแหน่ว ไม่กลัวเรือโคลงเลยแฮะ) รู้สึกพิเศษมากๆเลยค่ะ ^^ Thailand Thailand Thailand
ขากลับร้านที่เค้าถ่ายรูป แล้วเอารูปเราตั้งไว้หน้าร้าน ปิดไปแล้วค่ะ เลยไม่มีรูปเป็นที่ระทึกสำหรับ ญ.ฐา แต่ถึงจะมี ตังค์ก็ไม่มีอยู่ดี - -“ พกตังค์ไปน้อยจริงๆ ค่ะทริปนี้ T^T
แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ
ปล.เร็วๆนี้จะมี Night Market ... บรรยากาศตลาดน้ำตอนกลางคืนจะเป็นอย่างไร อย่าลืมแวะเวียนไปให้ได้นะคะ
รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.chonburicafe.com/travel-สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี/เที่ยววัฒนธรรมชลบุรี/ตลาดน้ำ-๔-ภาค-พัทยา-pattaya-floating-market,2-12-91-1/